Eventsงานสัมมนา SAP System Downtime สาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น! ในธุรกิจค้าปลีก

June 14, 2021by Rawissada.r

System Downtime สาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น! ในธุรกิจค้าปลีก


ข้อมูลจาก Darren Shaw, SNP North America 
หลาย ๆ ธุรกิจทราบดีว่า การหยุดทำงานของระบบ หรือ System Downtime ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ อาทิ สูญเสียรายได้ ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้น และหากธุรกิจนั้นมีการผลิตสินค้าของตนเอง ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการสูญเสียการผลิต การสูญเสียกำลังการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าคงคลัง กระทบไปถึงความพึงพอใจของลูกค้า
Digi และ LogicMonitor เผยสถิติการเกิด System Downtime ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมค้าปลีก ดังนี้
• 81% ของธุรกิจค้าปลีกประสบปัญหาการ System Downtime อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี
• 87% ของธุรกิจค้าปลีก ต้องรอถึง 4 ชั่วโมงเพื่อกู้คืนระบบ เมื่อเกิดเหตุไฟดับ
• ในขณะที่เกิดการ System Downtime ธุรกิจค้าปลีกจะเผชิญกับ
– เสียโอกาสในการขาย
– ไม่สามารถดำเนินการด้วยบัตรเคดิตได้
– ไม่สามารถเข้าถึงประวัติของลูกค้า
– ไม่สามารถค้นหาสินค้าในสต๊อก ที่ศูนย์กระจายสินค้า หรือที่ร้านค้าปลีกอื่นได้
– เกิดช่องโหว่/ความเสี่ยง ในการถูกละเมิดข้อมูล
– เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
– สูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งรายอื่น
• ถึงแม้จะมี 99% uptime guarantee แต่ธุรกิจก็ยังมีโอกาสพบกับ การหยุดทำงานแบบไม่คาดคิด หรือ unplanned system downtime ได้มากกว่า 80 ชั่วโมง/ปี
• 68% ของบริษัทในกลุ่มค้าปลีก มีความเห็นว่า เหตุการณ์ไฟดับหรือไฟตกอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
• แม้จะมีการควบคุมด้านไอทีแล้ว บริษัทต่าง ๆ ก็ยังรู้สึกเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด LogicMonitor พบว่า 51% ของบริษัทที่ทำการสำรวจเชื่อว่าการ System Downtime เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ ในทางกลับกัน นั่นหมายความว่า 49% ของบริษัทเชื่อว่าการหยุดทำงาน System Downtime เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ธุรกิจ E-commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ความอดทนของลูกค้าลดลงกว่าเดิม เนื่องจากลูกค้าในมุมลูกค้าจะมีตัวเลือกอื่น ๆ อยู่เสมอ เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อได้ง่ายดายไปตามกระแสของโลกที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์ไฟดับจึงส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อผู้บริโภคที่ไม่ยอมทนต่อความล่าช้าหรืออุปสรรคอื่น ๆ
จากข้อมูลของ Census.gov พบว่า ยอดขาย E-commerce ในสหรัฐอเมริกา ปี 2020 มีมูลค่ารวม 791.7 พันล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 14% ของยอดขายทั้งหมด สอดคล้องกับตัวเลขทั่วโลกซึ่งบ่งชี้ว่ายอดค้าปลีกในปี 2020 จากทั่วโลก มีมูลค่าถึง 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 14.6% ทำธุรกรรมทางออนไลน์ ซึ่งสถานการณ์ของ COVID-19 ก็ได้ผลักดันยอดขายออนไลน์ให้สูงขึ้น ร้านค้าปลีกหลายแห่งมีปริมาณการสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
นั่นหมายความว่า การ System Downtime ไม่ได้เป็นเพียงความไม่สะดวกของธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านเท่านั้น (เพราะในกรณีเกิดระบบหยุดทำงาน ร้านค้าปลีกยังสามารถรับเงินสดได้) แต่การ System Downtime จะส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อระบบ POS และการสั่งซื้อออนไลน์ บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon สูญเสียเงินไปประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงในปี 2018 เนื่องจากการหยุดทำงานของระบบซึ่งเกิดจากการไฟดับ
จากเหตุการณ์การหยุดทำงานโดยไม่ได้วางแผน (unplanned system downtime) ทำให้เกิดความเสียหาย บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องวางแผน System Downtime ให้เหลือน้อยที่สุด แต่สำหรับโครงการ IT transformation ที่มีข้อมูลซับซ้อน ขนาดใหญ่ อาทิ การย้ายจาก SAP เดิมไปยัง Suite on HANA หรือ S/4HANA จำเป็นต้องใช้เวลา System Downtime ระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราสามารถลดระยะเวลา System Downtime ลงได้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่เรียกได้ว่า แทบจะไม่มีช่วงเวลาที่สามารถ System Downtime ได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า E-Commerce ไม่เคยหลับใหล
หากคุณมีแพลนจะอัปเกรดระบบ ERP และต้องวางแผน System Downtime หรือมีความสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติม ห้ามพลาดกับงาน Webinar หัวข้อ “Accelerated Move to Intelligent ERP in Near Zero Downtime” จัดโดย เน็กซัสฯ ร่วมกับ SAP Thailand และ SNP
วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. – 15.00 น.
สัมนาภาษาไทยและอังกฤษ ผ่าน Platform Zoom
ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ฟรี! คลิก : ลงทะเบียน
*จำกัดเพียง 50 ท่านเท่านั้น

 

Call Now
Map