NEXUS Thailand with SNP Strategic Partner

Sep 24, 2021

หลาย ๆ ธุรกิจทราบดีว่า การหยุดทำงานของระบบ หรือ System Downtime ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ อาทิ สูญเสียรายได้ ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้น และหากธุรกิจนั้นมีการผลิตสินค้าของตนเอง ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการสูญเสียการผลิต การสูญเสียกำลังการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าคงคลัง กระทบไปถึงความพึงพอใจของลูกค้า
Digi และ LogicMonitor เผยสถิติการเกิด System Downtime ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมค้าปลีก ดังนี้

• 81% ของธุรกิจค้าปลีกประสบปัญหาการ System Downtime อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี
• 87% ของธุรกิจค้าปลีก ต้องรอถึง 4 ชั่วโมงเพื่อกู้คืนระบบ เมื่อเกิดเหตุไฟดับ
• ในขณะที่เกิดการ System Downtime ธุรกิจค้าปลีกจะเผชิญกับ


– เสียโอกาสในการขาย
– ไม่สามารถดำเนินการด้วยบัตรเคดิตได้
– ไม่สามารถเข้าถึงประวัติของลูกค้า
– ไม่สามารถค้นหาสินค้าในสต๊อก ที่ศูนย์กระจายสินค้า หรือที่ร้านค้าปลีกอื่นได้
– เกิดช่องโหว่/ความเสี่ยง ในการถูกละเมิดข้อมูล
– เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
– สูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งรายอื่น


• ถึงแม้จะมี 99% uptime guarantee แต่ธุรกิจก็ยังมีโอกาสพบกับ การหยุดทำงานแบบไม่คาดคิด หรือ unplanned system downtime ได้มากกว่า 80 ชั่วโมง/ปี
• 68% ของบริษัทในกลุ่มค้าปลีก มีความเห็นว่า เหตุการณ์ไฟดับหรือไฟตกอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
• แม้จะมีการควบคุมด้านไอทีแล้ว บริษัทต่าง ๆ ก็ยังรู้สึกเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด

LogicMonitor พบว่า 51% ของบริษัทที่ทำการสำรวจเชื่อว่าการ System Downtime เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ ในทางกลับกัน นั่นหมายความว่า 49% ของบริษัทเชื่อว่าการหยุดทำงาน System Downtime เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ธุรกิจ E-commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ความอดทนของลูกค้าลดลงกว่าเดิม เนื่องจากลูกค้าในมุมลูกค้าจะมีตัวเลือกอื่น ๆ อยู่เสมอ เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อได้ง่ายดายไปตามกระแสของโลกที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์ไฟดับจึงส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อผู้บริโภคที่ไม่ยอมทนต่อความล่าช้าหรืออุปสรรคอื่น ๆ

จากข้อมูลของ Census.gov พบว่า ยอดขาย E-commerce ในสหรัฐอเมริกา ปี 2020 มีมูลค่ารวม 791.7 พันล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 14% ของยอดขายทั้งหมด สอดคล้องกับตัวเลขทั่วโลกซึ่งบ่งชี้ว่ายอดค้าปลีกในปี 2020 จากทั่วโลก มีมูลค่าถึง 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 14.6% ทำธุรกรรมทางออนไลน์ ซึ่งสถานการณ์ของ COVID-19 ก็ได้ผลักดันยอดขายออนไลน์ให้สูงขึ้น ร้านค้าปลีกหลายแห่งมีปริมาณการสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

นั่นหมายความว่า การ System Downtime ไม่ได้เป็นเพียงความไม่สะดวกของธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านเท่านั้น (เพราะในกรณีเกิดระบบหยุดทำงาน ร้านค้าปลีกยังสามารถรับเงินสดได้) แต่การ System Downtime จะส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อระบบ POS และการสั่งซื้อออนไลน์ บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon สูญเสียเงินไปประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงในปี 2018 เนื่องจากการหยุดทำงานของระบบซึ่งเกิดจากการไฟดับ

จากเหตุการณ์การหยุดทำงานโดยไม่ได้วางแผน (unplanned system downtime) ทำให้เกิดความเสียหาย บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องวางแผน System Downtime ให้เหลือน้อยที่สุด แต่สำหรับโครงการ IT transformation ที่มีข้อมูลซับซ้อน ขนาดใหญ่ อาทิ การย้ายจาก SAP เดิมไปยัง Suite on HANA หรือ S/4HANA จำเป็นต้องใช้เวลา System Downtime ระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราสามารถลดระยะเวลา System Downtime ลงได้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่เรียกได้ว่า แทบจะไม่มีช่วงเวลาที่สามารถ System Downtime ได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า E-Commerce ไม่เคยหลับใหล

หากคุณมีแพลนจะอัปเกรดระบบ ERP และต้องวางแผน System Downtime หรือมีความสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติม ห้ามพลาดกับงาน Webinar หัวข้อ “Accelerated Move to Intelligent ERP in Near Zero Downtime” จัดโดย เน็กซัสฯ ร่วมกับ SAP Thailand และ SNP

สนใจระบบ SAP Business One หรือต้องการปรึกษาโซลูชั่น ติดต่อได้ที่
Call: +66 (0) 2 091 1900
Website: www.nexus-sr.com
Email: mkt.th@nexus-sr.com
Line OA: @NEXUS-SR.COM