Nexcloud ERP ตัวช่วย SMEs เรื่อง “ภาษีซื้อเฉลี่ย” ไม่ควรมองข้าม!!

ด้วยการแข่งขันทางธุรกิจที่มากขึ้น ธุรกิจในยุคปัจจุบันจึงต้องมีความหลากหลายและเป็นธุรกิจที่ครบวงจรเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยธุรกิจเดียวต้องแบ่งไลน์สินค้าและบริการออกเป็นหลายรูปแบบ บางรูปแบบต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บางรูปแบบก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วตอนจะยื่นภาษีต้องทำอย่างไร? วันนี้บทความ “ภาษีซื้อเฉลี่ย เรื่องที่ธุรกิจ SMEs ไม่ควรมองข้าม” ของเรามีคำตอบ

ภาษีซื้อเฉลี่ยคืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับ SMEs ?

ภาษีซื้อเฉลี่ย คือ การปันส่วนภาษีซื้อของธุรกิจ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อยื่นสรรพากรของบริษัทที่ประกอบกิจการที่มีรายได้ ทั้งแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทเหล่านี้จึงมีภาษีซื้อ ที่เกิดจากการนำสินค้าหรือบริการในการประกอบกิจการของตนเองไปใช้ ในทั้งกิจการ ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่สามารถแยกได้ว่าใช้ในกิจการใด โดยหากกิจการไม่ทำการเฉลี่ยภาษีซื้อจะถือว่าเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทั้งจำนวนเลยทีเดียว ทราบอย่างนี้แล้วเรามาเรียนรู้วิธีการคิดภาษีซื้อ เฉลี่ย 3 วิธีที่ใช้กันโดยทั่วไปกันดีกว่า

การเฉลี่ยภาษีซื้อตามประมาณการรายได้ กรณีผู้ประกอบการเพิ่งเริ่มประกอบการ หรือประกอบกิจการแล้วแต่ยังไม่มีรายได้  คือ คาดการณ์ว่าปีไหนบริษัทจะเริ่มมีรายได้ แล้วประมาณตอนต้นปี ตามรอบระยะเวลาบัญชีว่าสัดส่วนรายได้  ว่ารายได้ของกิจการส่วนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และรายได้ของกิจการส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แล้วนำมาปรับปรุงภาษีซื้อหรือก็คือ การเปรียบเทียบกับสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับที่ประมาณการไว้ตอนปลายรอบระยะเวลาบัญชี ว่ามีส่วนต่างอยู่ที่เท่าไหร่  ถ้าที่ประมาณการไว้นั้นมากกว่าที่เกิดขึ้นจริง เราต้องคืนเงินให้สรรพากร แต่ถ้าที่ประมาณการไว้นั้นน้อยกว่าที่เกิดขึ้นจริงเราจะได้เงินจากสรรพากร (ต้องยื่นเรื่องภายใน 3 ปี)

การเฉลี่ยภาษีซื้อตามรายได้ของปีที่ผ่านมา กรณีผู้ประกอบการประกอบการแล้วมีรายได้ของปีที่ผ่านมา กิจการสามารถเลือกได้สองวิธี คือ วิธีแรก ให้นำสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของกิจการส่วนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และรายได้ของกิจการส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของปีที่ผ่านมานำมาใช้เฉลี่ยภาษีซื้อ โดยไม่ต้องปรับปรุงภาษีซื้อเมื่อสิ้นปีอีก หรือ อีกวิธี ที่สามารถเลือกได้ คือ ให้นำสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของกิจการส่วนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และรายได้ของกิจการส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของปีที่ผ่านมานำมาใช้เฉลี่ยภาษีซื้อ แล้วปรับปรุงภาษีซื้อ เฉลี่ยโดยใช้วิธีและหลักเกณฑ์เดียวกันกับในปีแรกที่มีรายได้ในกิจการ

การเฉลี่ยภาษีซื้อทั่วไป หรือเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ : สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. การผ่อนปรนไม่ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามรายได้

ทำได้ในกรณีที่

  • รายได้ปีที่ผ่านของกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่น้อยกว่า 90% ของรายได้ของกิจการทั้งหมด
    ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกนำภาษีซื้อทั้งจำนวนหักจากภาษีขาย แต่ห้ามนำภาษีซื้อไปรวมคำนวณเป็นต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการ และสิ้นปีไม่ต้องปรับปรุงภาษีซื้อ
  • รายได้ปีที่ผ่านมาของกิจการที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่น้อยกว่า 90%  ของรายได้ของกิจการทั้งหมด
    ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกไม่นำภาษีซื้อทั้งจำนวนไปหักจากภาษีขาย แต่ให้นำภาษีซื้อไปรวมเป็นต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการ และสิ้นปีไม่ต้องปรับปรุงภาษีซื้อ

2. การเฉลี่ยภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร

เกิดจากการก่อสร้างอาคารที่แบ่งสัดส่วนไปใช้ เพื่อกิจการส่วนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กับกิจการส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเกิดการเฉลี่ยภาษีซื้อจากการสร้างอาคารขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องประมาณการไว้ก่อนสร้างอาคารแล้วว่าจะใช้อาคารเพื่อกิจการส่วนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนละกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วตอนสร้างอาคารเสร็จใช้ตามที่ประมาณการไว้หรือไม่ แล้วทำการปรับปรุงภาษีซื้อ

3. การเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ในกรณีที่ไม่ตรงกับ 2 สถานการณ์แรก คือ มีบางส่วนของอาคารไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าใช้กับกิจการส่วนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ห้องแผนกบัญชี ห้องกรรมการผู้จัดการ ห้องผู้บริหาร เป็นต้น ทางสรรพากรจะให้เฉลี่ยภาษีซื้อเฉพาะส่วนที่ไม่สามารถแยกได้นี้ตามสัดส่วนของรายได้กิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้น (กรณีมีรายได้ในปีนั้นอยู่ก่อน) หรือตามสัดส่วนรายได้ที่ประมาณการว่าจะได้ (ในปีที่คาดว่าจะมีรายได้)

จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจ SMEs เข้าข่ายต้องยื่นภาษีซื้อเฉลี่ย

ธุรกิจที่ต้องยื่นภาษีซื้อ เฉลี่ย คือ ธุรกิจที่แยกสายการจำหน่ายสินค้าหรือบริการออกเป็นหลายส่วน แล้วบางส่วนเป็นแบบที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บางส่วนเป็นแบบไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามตัวอย่างด้านล่าง

บริษัท หมูน้อยอ้วนพี จำกัด

ซื้อหมูมาเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปสินค้าขาย โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

  1. นำหมูมาแปรรูปเป็น หมูชิ้น แยกขายตาม Supermarket ทั่วประเทศ
    (ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม – NON VAT)
  2. นำหมูมาแปรรูปเป็น ไส้กรอกหมู แยกขายตาม Supermarket และ Convenience Store
    (เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม – VAT)

จะเห็นได้ว่า บริษัท หมูน้อยอ้วนพี จำกัด นั้นมีการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และรูปแบบที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีนี้ บริษัทหมูน้อยอ้วนพี จำกัด ต้องยื่นภาษีซื้อ เฉลี่ย แก่สรรพากร ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ธุกิจประเภทไหนไม่ต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ NON VAT สามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ

1.ธุรกิจที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • ธุรกิจที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ธุรกิจให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการให้บริการนั้นในราชอาณาจักร
  • ธุรกิจที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว
  • ธุรกิจอื่นตามที่อธิบดีฯสรรพากรกำหนด

2.ธุรกิจที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีสิทธิแจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • ธุรกิจขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร สัตว์ ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่นอาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน
  • ธุรกิจการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยท่าอากาศยาน
  • ธุรกิจการส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออก ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • ธุรกิจการให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีซื้อเฉลี่ย ในระบบ ERP

  1. แบบ ภ.พ.05.1 คือ แบบแจ้งรายการประมาณการการใช้พื้นที่อาคารโดยผู้ประกอบการจะต้องแจ้งรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มก่อสร้างอาคารหรือวันที่ได้รับอนุมัติให้ ทางการก่อสร้างอาคารแล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นก่อน
  2. แบบ ภ.พ.05.2 คือ แบบแจ้งรายการวันที่ก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องแจ้ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์
  3. แบบ ภ.พ.05.3 คือ แบบแจ้งรายการเกี่ยวกับการเริ่มใช้อาคาร (ไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน) โดยจะต้องแจ้งรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เริ่มใช้อาคาร
  4. แบบ ภ.พ.05.4 คือ แบบแจ้งรายการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่อาคารโดย จะต้องแจ้งรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่อาคาร
  5. แบบ ภ.พ.30 คือ เอกสารสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย ที่เจ้าของธุรกิจต้องเอาไว้ใช้ยื่นแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแก่กรมสรรพากรทุกเดือน โดยต้องทำก่อนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ทำไมต้องให้ NEXcloud ERP เป็นผู้ช่วยในการจัดทำเอกสารภาษีซื้อ

กระบวนการทำเอกสารบัญชีและภาษีที่ยุ่งยากกำลังกวนใจคุณอยู่หรือเปล่า? ให้ NEXcloud ERP เป็นตัวช่วยในการจัดทำเอกสารบัญชีและภาษีของคุณ นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนการจัดทำเอกสารแล้ว คุณยังมั่นใจได้ว่าเอกสารถูกต้องตามที่สรรพากรต้องการ ทำให้ช่วยลดปัญหาที่จะตามมาอย่างเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ก้อนโตได้อย่างอยู่หมัดแน่นอน มีขั้นตอนสอนใช้แบบ Online Training ไม่ยุ่งยาก เท่านี้ก็วิ่งนำคู่แข่งไปอีกหลายก้าว

Contact-NEXUS
Share the Post:
หัวข้อน่าสนใจ
SAP Business One สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ระบบ ERP โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยคุมผลิต สต็อก และต้นทุน
SAP BTP – พลังเบื้องหลังนวัตกรรมของ SAP Cloud ERP ในยุค AI + Automation
SAP Business One ERP สำหรับธุรกิจเคมี คุมสูตร–Batch–ต้นทุน–เพื่อกำไรที่ชัดขึ้น
  • 00Days
  • 00Hours
  • 00Minutes
  • 00Seconds
Search

Customer Story

IIDA SAP Business One
IIDA-SEVEN SUNS พร้อมยกระดับการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพงานขายด้วยระบบ ERP – SAP Business One จาก NEXUS
RISE with SAP เสริมพลังธุรกิจ! ฝาจีบฯ Go-Live แล้ว พร้อมลุยปักธงองค์กรต้นแบบแห่งอนาคต

Popular Contents

SAP Business One สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ระบบ ERP โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยคุมผลิต สต็อก และต้นทุน
SAP BTP – พลังเบื้องหลังนวัตกรรมของ SAP Cloud ERP ในยุค AI + Automation
SAP Business One ERP สำหรับธุรกิจเคมี คุมสูตร–Batch–ต้นทุน–เพื่อกำไรที่ชัดขึ้น
SAP Business One ERP สำหรับธุรกิจเคมี คุมสูตร–Batch–ต้นทุน–เพื่อกำไรที่ชัดขึ้น
SAP Joule คืออะไร? AI บน SAP Cloud ERP ที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กร
SAP Business One ระบบ ERP สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริหารธุรกิจเชื่อมข้อมูลทุกส่วนงานแบบเรียลไทม์
NEXUS ช่วยปิด 7 จุดรั่วไหลที่ทำให้ธุรกิจเคมีเสียกำไร ด้วย SAP Cloud ERP
5 ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจเคมีเสียกำไรโดยไม่รู้ตัว แก้ได้ด้วย Cloud ERP
  • 00Days
  • 00Hours
  • 00Minutes
  • 00Seconds