Bin Location ตัวช่วยบริหารจัดการตำแหน่งสินค้าจาก SAP Business One
เลือกอ่านหัวที่สนใจ
Bin Location ตัวช่วยบริหารจัดการตำแหน่งสินค้า
เมื่อธุรกิจเติบโต จำนวนสินค้าและวัตถุดิบในคลังย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากคลังสินค้าที่เคยมีสินค้าไม่กี่รายการ อาจกลายเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าเป็นร้อยหรือเป็นพัน SKU กระจายอยู่ตามโซน ชั้นวาง และตำแหน่งต่างๆ หากธุรกิจยังบริหารตำแหน่งสินค้าจากความคุ้นเคยของพนักงาน หรือจดจำว่า “สินค้าแต่ละรายการอยู่ตรงไหน” อาจเริ่มเกิดปัญหา เช่น
🔷 ใช้เวลานานในการค้นหาสินค้า
🔷 หยิบสินค้าผิดตำแหน่งหรือผิดรายการ
🔷 ไม่ทราบว่าสินค้าคงเหลืออยู่ที่จุดใดบ้าง
🔷 สินค้ารายการเดียวกันกระจายอยู่หลายตำแหน่ง
🔷 การรับเข้า เบิกจ่าย และเคลื่อนย้ายสินค้าใช้เวลามาก
🔷 เมื่อพนักงานที่รู้ตำแหน่งสินค้าไม่อยู่ คนอื่นทำงานต่อได้ยาก
🔷 ตรวจสอบ Stock ภายในคลังได้ไม่สะดวก
ด้วยเหตุนี้ Bin Location จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการบริหารคลังสินค้า เพราะช่วยกำหนดตำแหน่งจัดเก็บสินค้าให้เป็นระบบ ทำให้พนักงานสามารถทราบได้ว่าสินค้าแต่ละรายการถูกจัดเก็บอยู่บริเวณใดของ Warehouse
เมื่อใช้งานร่วมกับระบบ ERP เช่น SAP Business One ข้อมูลตำแหน่งจัดเก็บยังสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูล Inventory และ Transaction ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การบริหารสินค้าคงคลังเป็นระบบมากกว่าการอาศัยการจดจำหรือการบันทึกตำแหน่งสินค้าใน Excel เพียงอย่างเดียว
Bin Location คืออะไร?
Bin Location คือ ตำแหน่งจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้าในระดับที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า สินค้าหรือวัตถุดิบถูกจัดเก็บอยู่บริเวณใด โดยหากมอง Warehouse เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ Bin Location เปรียบเสมือน “ที่อยู่ของสินค้า” ที่ช่วยให้พนักงานสามารถระบุตำแหน่งสินค้าได้อย่างเป็นระบบ
ตัวอย่างเช่น
Warehouse A → Zone 01 → Aisle 02 → Rack 03 → Shelf 04 → Bin 05
เมื่อกำหนดโครงสร้างตำแหน่งอย่างชัดเจน แทนที่พนักงานจะต้องจำว่า “สินค้ารุ่น A อยู่แถวชั้นวางด้านหลังคลัง”
ระบบสามารถระบุตำแหน่งได้เป็นรหัส เช่น
WH-A-01-02-03-04
ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา ตรวจสอบ และเคลื่อนย้ายสินค้าได้สะดวกมากขึ้น
สำหรับ SAP Business One สามารถกำหนด Bin Location Code ด้วย Warehouse Code และ Warehouse Sublevel เพื่อสร้างรหัสเฉพาะสำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ภายในคลังสินค้าได้
ทำความรู้จัก Bin Location คืออะไร และโครงสร้างคลังสินค้ามีอะไรบ้าง?
การออกแบบ Bin Location ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกธุรกิจ เพราะรูปแบบคลังสินค้าขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ขนาดพื้นที่ วิธีการหยิบสินค้า จำนวน SKU และกระบวนการทำงานของแต่ละองค์กร โดยทั่วไปสามารถแบ่งโครงสร้างพื้นที่จัดเก็บสินค้าออกเป็นลำดับต่างๆ เช่น
โซนการจัดวางสินค้า หรือ Zone
Zone คือพื้นที่ขนาดใหญ่ภายใน Warehouse ที่ใช้แบ่งคลังสินค้าออกเป็นส่วนต่างๆ ธุรกิจสามารถกำหนด Zone ตามลักษณะการใช้งานได้ เช่น
🔷 ประเภทสินค้า
🔷 กลุ่มวัตถุดิบ
🔷 สินค้าสำเร็จรูป
🔷 ล็อตการผลิต
🔷 ความเร็วในการหมุนเวียนสินค้า
🔷 ประเภทหรือขนาดบรรจุภัณฑ์
🔷 สินค้าที่มีเงื่อนไขในการจัดเก็บเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจแบ่ง Warehouse เป็น
Zone A – Raw Material
Zone B – Finished Goods
Zone C – Fast Moving Items
การแบ่ง Zone ที่เหมาะสมช่วยให้การจัดเก็บและค้นหาสินค้ามีโครงสร้างมากขึ้น
ช่องทางเดิน หรือ Aisle
Aisle คือช่องทางหรือแนวทางเดินระหว่างพื้นที่จัดเก็บสินค้า เพื่อให้พนักงานและอุปกรณ์ขนย้ายสามารถเข้าถึง Rack หรือจุดจัดเก็บสินค้าได้ ขนาดและระยะห่างของ Aisle ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น
🔷 ขนาดสินค้า
🔷 รูปแบบ Rack
🔷 รถเข็นหรือ Forklift ที่ใช้
🔷 ปริมาณการเคลื่อนย้ายสินค้า
🔷 Layout ของ Warehouse
การกำหนด Aisle อย่างเป็นระบบยังช่วยให้สามารถสร้างรหัสตำแหน่งสินค้าได้ง่ายขึ้น
ตู้หรือชั้นจัดเก็บสินค้า หรือ Rack
Rack คือโครงสร้างสำหรับจัดเก็บสินค้า ซึ่งอาจประกอบด้วยหลายชั้นและหลายตำแหน่ง ใน Warehouse ขนาดใหญ่ Rack อาจมีจำนวนมาก การกำหนดหมายเลข Rack จึงช่วยให้พนักงานสามารถระบุบริเวณที่ต้องเดินทางไปหยิบหรือจัดเก็บสินค้าได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น
Rack 01 / Rack 02 / Rack 03
ชั้นจัดเก็บสินค้า หรือ Shelf
Shelf คือระดับหรือชั้นภายใน Rack ที่ใช้สำหรับจัดวางสินค้า
Rack หนึ่งชุดอาจมีหลาย Shelf เช่น
Shelf 01 – ชั้นล่าง
Shelf 02 – ชั้นกลาง
Shelf 03 – ชั้นบน
การกำหนด Shelf ทำให้ตำแหน่งจัดเก็บมีรายละเอียดมากขึ้นและช่วยลดพื้นที่ในการค้นหาสินค้า
ตำแหน่งจัดเก็บสินค้า หรือ Bin
Bin คือพื้นที่จัดเก็บย่อยที่สามารถระบุตำแหน่งสินค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจง ในทางปฏิบัติ Bin อาจหมายถึงพื้นที่บนชั้นวาง กล่อง ถาด ช่อง หรือตำแหน่งจัดเก็บที่องค์กรกำหนดขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็น “กล่อง” ทางกายภาพเสมอไป
ตัวอย่างโครงสร้างจึงอาจเป็น
Warehouse → Zone → Aisle → Rack → Shelf → Bin
เมื่อกำหนด Location Code ให้แต่ละตำแหน่ง ธุรกิจสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้นว่า Item แต่ละรายการอยู่ที่จุดใดของคลังสินค้า
กระบวนการทำงานของ Bin Location คืออะไร?
หัวใจของ Bin Location คือการทำให้ ตำแหน่งทางกายภาพของสินค้าใน Warehouse สอดคล้องกับข้อมูลตำแหน่งสินค้าในระบบ
ตัวอย่างง่าย ๆ เมื่อต้องรับสินค้าเข้าคลัง
สินค้าเข้าคลัง
↓
ตรวจสอบรายการและจำนวน
↓
กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ
↓
นำสินค้าไปยัง Bin Location
↓
บันทึกข้อมูลตำแหน่งในระบบ
เมื่อต้องการเบิกหรือหยิบสินค้า ระบบก็สามารถช่วยระบุตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานทราบว่าสินค้าที่ต้องการอยู่บริเวณใด
ตัวอย่างเช่น ฝ่ายขายได้รับ Order จากลูกค้าและต้องส่งสินค้า SKU-A จำนวน 20 ชิ้น ซึ่งหากไม่มีการบริหาร Location อย่างเป็นระบบ พนักงานคลังอาจต้องเดินค้นหาว่าสินค้ารายการดังกล่าวอยู่ที่ใด
แต่เมื่อมี Bin Location ข้อมูลในระบบสามารถช่วยระบุตำแหน่งที่จัดเก็บ เช่น
SKU-A
Warehouse: WH01
Bin Location: Z01-A02-R03-S02
พนักงานจึงสามารถเดินไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ตรงจุดมากขึ้น หากธุรกิจมีการใช้งาน Barcode, Scanner หรือ Solution อื่นร่วมกับ ERP ตาม Process ที่ออกแบบไว้ ก็สามารถนำมาใช้ช่วยยืนยันสินค้าและตำแหน่งระหว่างการรับเข้า หยิบ หรือเคลื่อนย้ายสินค้าได้อีกด้วย
Bin Location ช่วยธุรกิจบริหารคลังสินค้าอย่างไร?
1. ลดระยะเวลาในการค้นหาสินค้า
เมื่อสินค้าแต่ละรายการมีตำแหน่งจัดเก็บที่ชัดเจน พนักงานไม่จำเป็นต้องเดินค้นหาทั่ว Warehouse หรืออาศัยความจำของบุคคล จึงช่วยลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาและเตรียมสินค้า โดยเฉพาะคลังที่มี SKU จำนวนมาก
2. ช่วยลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า
การมี Location ที่ชัดเจนช่วยให้พนักงานทราบว่าต้องไปหยิบสินค้าที่จุดใด ลดความสับสนระหว่างสินค้าที่มีชื่อ รุ่น หรือบรรจุภัณฑ์คล้ายกัน หากออกแบบร่วมกับ Barcode หรือระบบตรวจสอบเพิ่มเติม ก็สามารถเพิ่ม Control ในขั้นตอนการหยิบสินค้าได้มากขึ้น
3. มองเห็นว่าสินค้าอยู่ที่ไหน
สินค้าหนึ่ง SKU อาจไม่ได้อยู่เพียงตำแหน่งเดียว แต่กระจายอยู่หลาย Bin ภายใน Warehouse
Bin Location ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบว่า Item เดียวกันมี Inventory อยู่ที่ตำแหน่งใดบ้างและแต่ละตำแหน่งมีจำนวนเท่าใด ทำให้การบริหารพื้นที่และการวางแผนเคลื่อนย้ายสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. เพิ่มประสิทธิภาพการรับเข้าและเบิกจ่ายสินค้า
หาก Warehouse มีโครงสร้าง Location ที่ดี การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ การหยิบ และการเบิกสินค้าออกสามารถทำตาม Process ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่เกิดจากการถามตำแหน่งหรือค้นหาสินค้า และทำให้พนักงานใหม่สามารถเข้าใจโครงสร้าง Warehouse ได้ง่ายขึ้น
5. ช่วยบริหารพื้นที่ภายในคลัง
เมื่อธุรกิจทราบว่าพื้นที่ใดใช้จัดเก็บสินค้าอะไร ก็สามารถวิเคราะห์การใช้พื้นที่ภายใน Warehouse ได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น
– สินค้าที่ขายเร็วอาจถูกจัดไว้ใกล้พื้นที่ Picking
– สินค้าที่มีขนาดใหญ่ต้องจัดเก็บในพื้นที่เฉพาะ
– สินค้าบางกลุ่มอาจต้องแยก Zone
– สินค้าที่เคลื่อนไหวช้าอาจย้ายไปพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบ่อย
จึงช่วยให้ Warehouse Layout สอดคล้องกับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของสินค้ามากขึ้น
SAP Business One ช่วยจัดการ Order และ Marketplace อย่างไร?
SAP Business One ช่วยบริหารจัดการกระบวนการสำคัญของธุรกิจ ระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญภายในองค์กร เช่น
Sales → Purchasing → Inventory → Accounting & Finance → Reporting
สำหรับธุรกิจ E-Commerce หรือธุรกิจที่มีช่องทางขายผ่าน Marketplace สามารถออกแบบ Integration เพื่อเชื่อมข้อมูลคำสั่งซื้อจากช่องทางออนไลน์เข้าสู่ระบบ ERP ตาม Scope และ API ที่รองรับ โดยจุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การ “ดึง Order” จาก Marketplace แต่คือการทำให้ข้อมูลจากช่องทางขายออนไลน์สามารถเชื่อมต่อไปยัง ระบบบริหารจัดการหลังบ้านของธุรกิจ
ยังช่วยลดช่องว่างระหว่าง Front-end ที่ลูกค้าใช้สั่งซื้อสินค้า กับ Back-end ที่องค์กรใช้บริหาร Sales, Stock, Purchasing และ Accounting
Bin Location บน SAP Business One ช่วยจัดการตำแหน่งสินค้าอย่างไร?
SAP Business One มีฟังก์ชันสำหรับบริหาร Bin Location เพื่อช่วยจัดการ Inventory และตำแหน่งสินค้าภายใน Warehouse อย่างเป็นระบบ
ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Bin Location ให้กับ Warehouse และใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบ Transaction ด้าน Inventory ที่เกี่ยวข้อง โดยระบบสามารถกำหนดรหัสของแต่ละ Bin Location ให้แตกต่างกัน และยังสามารถกำหนดคุณสมบัติของ Bin ตามการใช้งาน เช่น
🔷 กำหนดตำแหน่งสำหรับสินค้าเฉพาะรายการหรือกลุ่มสินค้า
🔷 กำหนดเงื่อนไขสำหรับ Batch บางประเภท
🔷 กำหนดตำแหน่งสำหรับการรับสินค้าหรือเบิกสินค้า
🔷 กำหนด Minimum และ Maximum Quantity สำหรับ Bin
🔷 กำหนด Attribute ของตำแหน่ง เช่น ขนาด ปริมาตร หรืออุณหภูมิ ตามรูปแบบการตั้งค่าที่ระบบรองรับ
ธุรกิจจึงสามารถออกแบบโครงสร้าง Location ให้สัมพันธ์กับ Warehouse จริงได้มากขึ้น นอกจากการทราบว่า “สินค้าเหลือเท่าไร” แล้ว ยังสามารถเพิ่มมิติของข้อมูลว่า “สินค้านั้นอยู่ที่ไหน” ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเมื่อ Warehouse มีขนาดใหญ่ มีหลาย Location หรือมีสินค้าหลายรายการ
ทำไมควรเริ่มต้น SAP Business One กับ NEXUS?
การเลือก SAP Business One ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าระบบมีฟังก์ชันอะไร แต่ต้องพิจารณาว่า ERP สามารถรองรับกระบวนการจริงของธุรกิจ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และต่อยอดตามการเติบโตขององค์กรได้หรือไม่
NEXUS ในฐานะ SAP Business One PREMIER PARTNER ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ SAP Business One พร้อม ช่วยองค์กรวิเคราะห์ปัญหาของระบบเดิม เพื่อออกแบบแนวทางระบบ ERP ที่เหมาะกับธุรกิจ และวางแผนการใช้งานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต โดยครอบคลุม
🔷 การวิเคราะห์กระบวนการธุรกิจ (Business Process Assessment)
🔷 การออกแบบโซลูชัน SAP Business One ที่เหมาะสมกับธุรกิจ
🔷 การติดตั้ง และปรับแต่ง SAP Business One ให้เหมาะต่อการใช้งานของธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ
🔷 การดูแลและพัฒนาระบบในระยะยาว รวมถึงให้บริการการสนับสนุนหลัง Go-live เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ
ตัวอย่างลูกค้าที่ NEXUS ให้บริการการวางระบบ SAP B1
โดย เน็กซัสฯ ได้รับความไว้วางใจในการวางระบบ ERP – SAP B1 และดูแลซัพพอร์ตให้กับลูกค้ามาแล้วมากมายในหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ไวด์ เฟธ ฟู้ด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว, อีด้า-เซเว่น ซันส์ ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่น, ซี.บี. แท็ค (ประเทศไทย) ผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
ประโยชน์หลักของ Bin Location คือช่วยลดเวลาในการค้นหาสินค้า ลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า ทำให้ทราบว่า Inventory อยู่ที่ตำแหน่งใด และช่วยให้ธุรกิจบริหารพื้นที่ภายใน Warehouse ได้เป็นระบบมากขึ้น
Warehouse หมายถึงคลังสินค้าหรือพื้นที่หลักที่ใช้เก็บสินค้า ส่วน Bin Location คือตำแหน่งย่อยภายใน Warehouse ที่ใช้ระบุว่าสินค้าแต่ละรายการถูกจัดเก็บอยู่บริเวณใด
Warehouse หนึ่งแห่งจึงสามารถมี Bin Location ได้จำนวนมาก
สามารถทำได้ตามการตั้งค่าระบบและกระบวนการของธุรกิจ สินค้า SKU เดียวกันอาจมี Inventory กระจายอยู่หลาย Bin Location และระบบสามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อช่วยตรวจสอบจำนวนสินค้าในแต่ละจุดได้
รองรับ SAP Business One มีความสามารถด้าน Bin Location Management สามารถกำหนด Bin Location Code และ Warehouse Sublevel รวมถึงบริหารข้อมูลและคุณสมบัติของตำแหน่งจัดเก็บสินค้าได้
SAP Business One รองรับข้อมูล Inventory ที่เกี่ยวข้องกับ Bin Location รวมถึงรายละเอียด Batch และ Serial Number ในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มมิติในการตรวจสอบทั้งตัวสินค้าและตำแหน่งจัดเก็บได้
สามารถนำ Barcode หรือ Scanner มาใช้ประกอบ Process การทำงานได้ แต่ต้องพิจารณา Solution, Device, Integration และ Workflow ที่ธุรกิจใช้งาน ไม่ควรตีความว่าการเปิดใช้ Bin Location เพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดระบบ Barcode Automation โดยอัตโนมัติ
ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ NEXUS เพื่อวิเคราะห์ระบบ ERP ปัจจุบัน กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเป้าหมายการเติบโต พร้อมออกแบบแนวทางระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ














