SAP Business One

รวมสัญญาณอันตราย Red Flag ถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้ SAP Business One

เลือกอ่านหัวที่สนใจ

หากธุรกิจเริ่มพึ่ง Excel และงาน Manual มากขึ้น ข้อมูลต้องคีย์ซ้ำ สต็อกไม่ตรง รายงานล่าช้า หรือการเชื่อมระบบใหม่ทำได้ยาก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าระบบเดิมกำลังกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต

SAP Business One เป็น ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ช่วยเชื่อมกระบวนการสำคัญ เช่น การเงินและบัญชี การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง และการผลิตไว้บนระบบเดียว เพื่อให้องค์กรลดการทำงานซ้ำ เพิ่มความเชื่อมโยงของข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลเพื่อการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

ระบบเดิมกำลังเสี่ยง ถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้ SAP Business One

ระบบเดิมยังเปิดใช้งานได้ ออก Invoice ได้ บันทึกบัญชีได้ และพนักงานก็ยังทำงานต่อได้ตามปกติ จึงอาจดูเหมือนว่า “ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนระบบ” แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงจากระบบเดิมไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ระบบหยุดทำงาน

มันอาจเริ่มตั้งแต่วันที่ต้องใช้ Excel เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยข้อจำกัดของระบบ ต้องคีย์ข้อมูลชุดเดียวกันหลายครั้ง สต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง ผู้บริหารต้องรอหลายวันกว่าจะได้รายงาน หรือทุกครั้งที่ธุรกิจต้องการเพิ่ม Process ใหม่ ทีม IT ต้องหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ระบบเดิม สัญญาณเหล่านี้กำลังบอกว่า ระบบที่เคยช่วยธุรกิจ อาจกำลังกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต สำหรับธุรกิจ SMEs และขนาดกลางที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ SAP Business One หรือ SAP B1 เป็น ERP อีกหนึ่งทางเลือกที่ควรนำมาประเมิน เพราะ SAP ออกแบบระบบให้ครอบคลุมกระบวนการบริหารธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การบัญชี การเงิน การจัดซื้อ สต็อก การขายและลูกค้า ไปจนถึงรายงาน บนระบบเดียว พร้อมช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงข้อมูลได้แบบ Real-Time มากขึ้น

ERP SAP Business One Module New Version for NEXUS

รวมสัญญาณอันตรายที่บอกว่า ระบบเดิมอาจกำลังกลายเป็นความเสี่ยง

1. Excel เริ่มกลายเป็น “ระบบหลัก” มากกว่าระบบเสริม
การใช้ Excel ไม่ใช่เรื่องผิด และแทบทุกองค์กรยังจำเป็นต้องใช้งาน แต่ควรเริ่มระวังเมื่อ Process สำคัญของธุรกิจถูกย้ายออกจากระบบหลักมาบริหารบน Spreadsheet เช่น

🔷 คุมสต็อกด้วย Excel
🔷 คำนวณต้นทุนแยกนอกระบบ
🔷 วางแผนการผลิตด้วย Spreadsheet
🔷 ทำ Sales Forecast ด้วยไฟล์ของแต่ละคน
🔷 รวมข้อมูลเพื่อปิดงบด้วยมือ
🔷 สร้าง Management Report จากหลายไฟล์

เมื่อ Excel กลายเป็นเครื่องมือสำหรับ “เชื่อมช่องว่าง” ของระบบเดิม ธุรกิจก็เริ่มมีความเสี่ยงทั้งเรื่อง Version ของข้อมูล Human Error และการพึ่งพาบุคคลมากขึ้น

2. ข้อมูลเดียวกันต้องคีย์ซ้ำหลายรอบ
– ลองดูเส้นทางของ Sales Order หนึ่งรายการ
– ฝ่ายขายคีย์ข้อมูลเข้าระบบหนึ่ง
– จากนั้นส่งข้อมูลให้คลังสินค้า
– ฝ่ายคลังนำข้อมูลไปบันทึกใหม่
– สุดท้ายฝ่ายบัญชีต้องรับข้อมูลไปคีย์อีกครั้ง

หากหนึ่ง Transaction ต้องถูกบันทึกซ้ำ 2–3 ระบบ นอกจากองค์กรจะเสียเวลาแล้ว ยังเพิ่มโอกาสที่ จำนวนผิด ราคาไม่ตรง Customer Code ไม่เหมือนกัน หรือ Document ไม่สัมพันธ์กัน SAP B1 เป็นระบบ ERP ที่เชื่อมกระบวนการด้าน Sales, Purchasing, Inventory และ Financial Management เข้าด้วยกัน เพื่อให้ข้อมูลจากแต่ละกระบวนการสามารถทำงานต่อเนื่องกันได้มากขึ้น

3. ผู้บริหารต้อง “รอรายงาน” ก่อนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
– วันนี้ยอดขายเป็นอย่างไร?
– Cash Flow เป็นอย่างไร?
– สินค้าอะไรขายดี?
– สินค้าตัวไหนกำลังค้าง Stock?
– ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเท่าไร?
– บริษัทมีกำไรจาก Product หรือ Customer กลุ่มใด?
– หากคำถามเหล่านี้ยังต้องจบด้วยประโยคว่า

ระบบเดิมอาจไม่ได้ช่วยผู้บริหารตัดสินใจได้เร็วพออีกต่อไป SAP B1 รองรับ Dashboard, Standard และ Customized Reports รวมถึง Real-Time Analytics เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น

4. สต็อกในระบบกับของจริงเริ่มไม่ตรงกัน
สำหรับ Trading, Distribution และ Manufacturing ธุรกิจจำนวนมากมีเงินทุนจำนวนมากอยู่ในรูปของ Inventory ดังนั้นการไม่รู้ว่า ของมีอยู่จริงเท่าไร ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของฝ่ายคลัง แต่เป็นความเสี่ยงด้านเงินทุนและการให้บริการลูกค้า อาจจะเกิดสัญญาณที่ควรระวัง เช่น

🔷 สต็อกในระบบกับ Physical Stock ไม่ตรงกันบ่อย
🔷 ต้องโทรถาม Warehouse ก่อน Confirm ลูกค้า
🔷 ไม่รู้ของอยู่ Warehouse ไหน
🔷 มีสินค้าขาดแต่ระบบแจ้งว่ามี
🔷 มีสินค้า Overstock โดยไม่รู้ตัว
🔷 ตรวจสอบมูลค่า Inventory ได้ยาก
🔷 Track Batch หรือ Serial Number ไม่สะดวก

SAP B1 มีโมดูลสำหรับดูข้อมูลสินค้า ปริมาณในแต่ละ Warehouse การตรวจนับ รวมถึงสามารถตรวจสอบ เพื่อช่วยมองสถานะสินค้าที่จะรับเข้าหรือส่งออกได้

5. ธุรกิจผลิตยังควบคุม BOM และ Production ด้วย Excel
สำหรับโรงงาน การเติบโตของยอดขายย่อมหมายถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบ BOM Production Order ต้นทุน และการวางแผนการผลิต หากระบบปัจจุบันยังไม่รองรับ Production และต้องใช้ Excel เพื่อ

🔷 จัดการ BOM
🔷 คำนวณวัตถุดิบ
🔷 วางแผน Production
🔷 ติดตามการเบิก Raw Material
🔷 คำนวณ Production Cost
🔷 วางแผน Material Requirements Planning (MRP)

การทำงานจะยิ่งยากขึ้นเมื่อจำนวนสินค้าและ Production Order เพิ่มขึ้นระบบมีโมดูล Production และ MRP โดยสามารถบริหาร BOM, Production Order และ Material Requirements Planning (MRP)รวมถึงติดตาม Material Consumption และ Production Cost ได้ในกระบวนการผลิต สำหรับธุรกิจที่มี Manufacturing Process ซับซ้อน NEXUS มี Add-ons ที่ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจผลิต อาทิ QC, Handheld, Cost Allocation และ Resource Planning ที่ช่วยเสริมให้ธุรกิจผลิตแข็งแกร่ง

6. ใช้เวลาปิดงบนาน เพราะต้องไล่ตามข้อมูลจากหลายฝ่าย
อีกหนึ่งสัญญาณที่ฝ่าย Finance และ Accounting มักพบก่อนฝ่ายอื่น คือการใช้เวลามากขึ้นกับการ ตรวจสอบข้อมูล มากกว่าวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่างเช่น

– ต้องรอข้อมูลจากฝ่ายขาย
– ต้อง Export จากระบบคลังสินค้า
– ต้องตรวจ Excel จากฝ่ายจัดซื้อ
– ต้อง Reconcile ข้อมูลระหว่างหลายระบบ

และจึงค่อยนำข้อมูลมาทำ Financial Report ยิ่งธุรกิจมี Transaction มากขึ้น ปัญหาก็ยิ่งชัดเจน SAP B1 มีความสามารถด้าน Financial Management อย่าง Accounting รวมถึง Financial Reporting จากข้อมูลที่เชื่อมโยงกับกระบวนการธุรกิจส่วนอื่น

7. ทุกครั้งที่ต้องการเพิ่มระบบใหม่ การ Integration กลายเป็นโครงการใหญ่
ธุรกิจปัจจุบันไม่ได้ทำงานด้วย ERP เพียงระบบเดียว ระบบ ERP อาจต้องเชื่อมต่อกับ

🔷 e-Commerce
🔷 Marketplace
🔷 POS
🔷 Banking
🔷 e-Tax
🔷 WMS
🔷 Logistics
🔷 CRM
🔷 Mobile Application
🔷 Business Intelligence

หากทุกครั้งที่ต้องเพิ่มช่องทางใหม่ ทีม IT ต้องสร้าง Workaround หรือเขียน Interface ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ระบบเดิมอาจกำลังเป็นข้อจำกัดขององค์กร แต่ SAP B1 มีเครื่องมือด้าน Platform & Extensibility สำหรับรองรับการเชื่อมต่อ (Integration) และ Extensibility ผ่านเครื่องมือ และ Interfaces ที่เกี่ยวข้อง เช่น SDK, Integration Framework และ Service Layer” เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กร

8. Customize ระบบเดิมจนไม่มีใครกล้าแตะ
Customization ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ระบบ ERP หลายแห่งจำเป็นต้องปรับให้เข้ากับกระบวนการเฉพาะของธุรกิจ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อระบบถูก Customize ต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีจน

🔷 ไม่รู้ว่า Function ไหนเป็น Standard
🔷 ไม่รู้ว่า Custom Code ใครเป็นคนพัฒนา
🔷 Upgrade แล้วกลัวระบบอื่นพัง
🔷 แก้ Function หนึ่งแล้วกระทบอีกหลายจุด
🔷 Documentation ไม่ครบ
🔷 มีคนเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจระบบทั้งหมด

นี่คือสิ่งที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ต้นทุนและความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงระบบในอนาคตก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

9. ระบบต้องพึ่ง “คนสำคัญ” เพียงไม่กี่คน
ถ้าพนักงานที่ดูแลระบบเดิมลาออก พรุ่งนี้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบมากแค่ไหน? บางองค์กรมีระบบที่พัฒนาขึ้นเอง หรือใช้งานมานานจนความรู้เกี่ยวกับระบบอยู่กับพนักงานเพียง 1–2 คน

– เมื่อเกิดปัญหา ทุกคนต้องถามคนเดิม
– เมื่ออยากเพิ่ม Report ต้องรอคนเดิม
– เมื่อ Interface มีปัญหา ต้องให้คนเดิมแก้

นี่คือ Key Person Dependency และถือเป็น Business Risk ที่สำคัญ เพราะความรู้เกี่ยวกับระบบไม่ได้อยู่ใน Process หรือ Documentation แต่อยู่กับบุคคล ERP ที่มีกระบวนการและการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบสามารถช่วยลดการพึ่งพาวิธีทำงานเฉพาะบุคคลได้ หากมีการกำหนด Process, Documentation และ Governance ที่เหมาะสม

10. ธุรกิจกำลังโต แต่ระบบกลับทำให้ทุกอย่างช้าลง
นี่อาจเป็น Red Flag ที่สำคัญที่สุด สมมติธุรกิจมีแผนว่าในอีก 3 ปีจะ
– เพิ่มยอดขาย 2 เท่า
– เพิ่ม SKU
– เปิด Warehouse ใหม่
– เพิ่มช่องทาง Online
– เพิ่มบริษัทในเครือ
– หรือขยายตลาดไปต่างประเทศ

ระบบเดิมสามารถรองรับ Transaction และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่? ถ้าการเติบโตทุกครั้งหมายถึง การต้องเพิ่มคน + เพิ่ม Excel + เพิ่ม Manual Work + เพิ่ม Customization อาจหมายความว่าธุรกิจไม่ได้ไม่ได้กำลังขยายกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่กำลังขยายปัญหาของระบบเดิมไปพร้อมกับธุรกิจ หลายองค์กรคิดว่าการใช้ระบบเดิมต่อไปคือทางเลือกที่ “ไม่เสียเงิน” แต่ในความเป็นจริง ระบบเดิมอาจมีต้นทุนแฝง (Hidden Cost) ที่องค์กรอาจไม่เคยนำมาคำนวณ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของธุรกิจ

ตารางเปรียบเทียบ ต้นทุนที่มองเห็น (Visible Cost / Direct Cost) vs ต้นทุนแฝง (Hidden Cost)

SAP Business One เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างไร?

SAP B1 เป็น ERP ที่เน้นการนำกระบวนการสำคัญขององค์กรมาทำงานร่วมกันบนระบบเดียว

🔷 เชื่อมข้อมูลหลายฝ่ายให้ทำงานบนระบบเดียวกัน
Financial, Sales, Purchasing, Inventory และ Customer Management สามารถทำงานบนข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน ช่วยลดปัญหา Data Silo และลดความจำเป็นในการสร้างข้อมูลชุดเดียวกันซ้ำในหลายระบบ

🔷 เพิ่ม Visibility ด้านบัญชีและการเงิน
ผู้บริหารและฝ่ายการเงินสามารถใช้ข้อมูลจาก Transaction ที่เกิดขึ้นในธุรกิจเพื่อดู Financial Report, Budget, Cash Flow และข้อมูลสำคัญอื่นได้รวดเร็วขึ้น

🔷 ควบคุม Purchasing และ Inventory
ระบบรองรับ Procurement ตั้งแต่ Purchase Request, Purchase Order, Goods Receipt, Returns และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง พร้อมเชื่อม Inventory กับข้อมูลทางบัญชี

🔷 รองรับ Production และ MRP
สำหรับ Manufacturing สามารถบริหาร BOM, Production Order และ Material Requirements Planning เพื่อช่วยวางแผนการผลิตและความต้องการวัตถุดิบได้

🔷 Reporting และ Analytics แบบ Real-Time
ระบบมี Dashboard และ Reporting เพื่อช่วยให้ผู้บริหารติดตาม Revenue, Cost, Cash Flow และข้อมูลด้านการดำเนินงาน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time ได้มากขึ้น

🔷 ต่อขยายระบบตาม Requirement
ระบบสามารถ Integrate และ Extend ผ่านเครื่องมือของ Platform รวมถึง Add-on จาก SAP Partner เพื่อรองรับ Requirement เพิ่มเติมของแต่ละอุตสาหกรรม

ธุรกิจแบบไหนควรพิจารณา SAP Business One?

SAP B1 เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMBs/SMEs) ต้องการ ERP เพื่อบริหารกระบวนการดำเนินธุรกิจ ที่เริ่มซับซ้อนขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ Manufacturing, Retail, Wholesale Distribution และ Professional Services โดยเฉพาะองค์กรที่กำลัง

🔷 เปลี่ยนจากโปรแกรมบัญชีไปสู่ ERP
🔷 เปลี่ยนจากระบบที่พัฒนาขึ้นเอง
🔷 เปลี่ยนระบบ ERP เดิม (Legacy ERP Replacement)
🔷 ลดการพึ่งพา Excel
🔷 รวมข้อมูลหลายแผนก
🔷 เพิ่มระบบ Production หรือ MRP
🔷 ต้องการควบคุม Inventory ให้แม่นยำขึ้น
🔷 ต้องการ Management Report ที่เร็วขึ้น
🔷 เตรียมขยาย Warehouse, Branch หรือ Business Unit
🔷 ต้องการเชื่อม ERP กับระบบ Digital อื่น

ทำไมควรเริ่มต้น SAP Business One กับ NEXUS?

NEXUS ในฐานะ SAP Business One PREMIER PARTNER ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบ และพร้อมช่วยองค์กรวิเคราะห์ปัญหาของระบบเดิม เพื่อออกแบบแนวทางระบบ ERP ที่เหมาะกับธุรกิจ และวางแผนการใช้งานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต โดยครอบคลุม

🔷 การวิเคราะห์กระบวนการธุรกิจ (Business Process Assessment)
🔷 การออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจ
🔷 การติดตั้ง และปรับแต่ง ให้เหมาะต่อการใช้งานของธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ
🔷 การดูแลและพัฒนาระบบในระยะยาว รวมถึงให้บริการการสนับสนุนหลัง Go-Live เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ

ตัวอย่างลูกค้าที่ NEXUS ให้บริการการวางระบบ SAP Business One

โดย เน็กซัสฯ มีประสบการณ์การวางระบบ ERP – SAP B1 และดูแลซัพพอร์ตให้กับลูกค้ามาแล้วมากมายในหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ไวด์ เฟธ ฟู้ด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว, อีด้า-เซเว่น ซันส์ ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่น, ซี.บี. แท็ค (ประเทศไทย) ผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ระบบเดิมยังใช้งานได้ จำเป็นต้องเปลี่ยน ERP หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะระบบมีอายุหลายปี ควรพิจารณาว่าระบบยังรองรับ Business Requirement, Transaction Volume, Integration และ Growth Plan ได้หรือไม่ หากระบบยังทำงานได้ดีและไม่มีข้อจำกัดต่อธุรกิจ การ Replacement อาจยังไม่ใช่ Priority

สัญญาณอะไรสำคัญที่สุดที่บอกว่าควรเปลี่ยน ERP?

ไม่มีสัญญาณเดียวที่ใช้ตัดสินได้ แต่หากองค์กรเริ่มพบหลายปัญหาพร้อมกัน เช่น Manual Work สูง ข้อมูลไม่เชื่อมโยง Report ล่าช้า สต็อกไม่ตรง Integration ยาก และระบบไม่รองรับการเติบโต ควรเริ่มทำ ERP Assessment

SAP Business One ช่วยลดการใช้ Excel ได้หรือไม่?

SAP Business One ช่วยนำกระบวนการหลัก เช่น การเงินและบัญชี การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง การผลิต และการรายงาน มาเชื่อมโยงกันภายในระบบ ERP เดียวจึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้ Excel เป็นระบบหลักในหลาย Process ได้ แต่ Excel ยังคงเป็นเครื่องมือเสริมที่สามารถใช้สำหรับงานวิเคราะห์หรือความต้องการเฉพาะได้

SAP Business One รองรับธุรกิจผลิตหรือไม่?

รองรับ SAP Business One มีความสามารถด้านการผลิตสำหรับ BOM และ Production Order รวมถึง MRP สำหรับวางแผน Material Requirement อย่างไรก็ตาม Manufacturing Process ที่ซับซ้อนควรทำ Requirement Assessment เพื่อประเมิน Add-on หรือ Solution เพิ่มเติม

ก่อนเปลี่ยนมาใช้ SAP Business One ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจกระบวนการทำงาน และความต้องการทางธุรกิจ (Business Requirements) ของแต่ละฝ่าย กำหนดขอบเขตโครงการ ตรวจสอบระบบที่ต้องเชื่อมต่อ และวางแผนการย้ายข้อมูลจากระบบเดิม

องค์กรควรเตรียมข้อมูลที่จะนำเข้าสู่ระบบ กำหนดผู้ใช้งานหลักและบทบาทของทีมโครงการ รวมถึงวางแผนการทดสอบ การอบรม และการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้การนำ SAP Business One ไปใช้งานเป็นไปอย่างเป็นระบบ

ต้องการประเมินว่า SAP Business One เหมาะกับองค์กรของคุณหรือไม่?

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ NEXUS เพื่อวิเคราะห์ระบบ ERP ปัจจุบัน กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเป้าหมายการเติบโต พร้อมออกแบบแนวทางระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

☎️ โทร: 02-091-1900
📲 Line OA: @nexus-sr.com (มี @)
📧 อีเมล: mkt.th@nexus-sr.com
Contact-NEXUS
Share the Post:
หัวข้อน่าสนใจ
SAP Business One
รวมสัญญาณอันตราย ระบบเดิมกำลังเสี่ยง ถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้ SAP Business One
SAP Business One
ถึงเวลาเปลี่ยนจาก Legacy ERP สู่ SAP Business One เพื่อธุรกิจไทยกับ NEXUS
SAP Business One
SAP Business One เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่? เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
  • 00Days
  • 00Hours
  • 00Minutes
  • 00Seconds
Search

SAP Business One

SAP Business One
ถึงเวลาเปลี่ยนจาก Legacy ERP สู่ SAP Business One เพื่อธุรกิจไทยกับ NEXUS
SAP Business One
SAP Business One เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่? เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

Customer Story

อภิรักษ์ โกษะโยธิน กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO จากธุรกิจเกษตรสู่ บริษัทอาหารระดับโลกด้วย SAP และ NEXUS
SAP Business One Customer NEXUS
C.B.TACT (Thailand) เดินหน้าเสริมศักยภาพการผลิตด้วย SAP Business One จาก NEXUS

Popular Contents

NEXtier Grow Smart, NEXUS, SAP Cloud ERP, SAP Joule
SAP Joule และ AI ใน ERP ช่วยธุรกิจ Trading อย่างไร NEXUS มีคำตอบสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโต
NEXtier Grow Smart SAP Cloud ERP for Trading
10 สัญญาณว่าธุรกิจ Trading ถึงเวลาเปลี่ยน ERP แบบเดิมสู่ SAP Cloud ERP
SAP Cloud ERP สำหรับธุรกิจผลิต โรงงาน
SAP Cloud ERP สำหรับธุรกิจผลิต และโรงงานควรมี Module อะไรบ้าง
SAP Joule
SAP Joule คืออะไร? AI ใน ERP ช่วยธุรกิจ Manufacturing ได้อย่างไร
NEXtier GROW Smart_Trading
NEXtier Grow Smart คืออะไร? แพ็กเกจ SAP Cloud ERP สำหรับธุรกิจ Trading
NEXtier GROW Smart_Manufacturing
NEXtier Grow Smart คืออะไร? แพ็กเกจ SAP Cloud ERP สำหรับธุรกิจ Manufacturing
SAP Cloud ERP, NEXtier Grow Smart
NEXUS เปิดตัว NEXtier Grow Smart ขึ้นระบบ SAP Cloud ERP ภายใน 3 เดือน
SAP GROW Fast
SAP GROW Fast คืออะไร? แนวทางวางระบบ SAP Cloud ERP ให้ Go-Live ได้เร็วขึ้น
สายด่วน
ที่ปรึกษา SAP ERP
02-091-1900
Consult Nice