Maintenance & Support

本サービスは、エラーを未然に防ぐことや解決することで IT 環境を健全に維持します。サービスには、必要なソフトウェア修正を特定・追跡する作業が含まれる場合があります。メンテナンスチームは、提案された修正がアプリケーション性能に与える影響も分析します。​

Business Consulting_Banner_Awards_SAP Gold Partner
Business Consulting_Banner_Awardss_ISO
Business Consulting_Banner_Awards_SAP Partner
Maintanace&Support_Banner_Module

Software Maintenance​

本サービスでは、お客様のニーズに合わせてソフトウェアの変更・修正・更新を行います。ソフトウェアメンテナンスは、製品リリース後に実施され、全体的な品質向上、問題や不具合の修正、性能向上などを目的としています。

Maintenance&Support_Software Maintenance
Maintenance&Support_Support Service

NEXsource Support Service

本サービスはチケット管理システムを用いたヘルプデスクサービスを提供し、企業が内部および顧客向けサポート部門に対して、強力で効果的なワークフローを支援します。ユーザーからのチケット管理、対応、適切な部門・組織への再割り当て、レポート作成などを行うことができます。

Outsource Service

本サービスは、ヘルプデスクチケット管理システムを通じて、お客様のシステム基盤業務およびシステム管理業務を Nexus にアウトソーシングします。

Maintenance&Support_Outsource Service

Our Services

Our Comprehensive and Quality Services

End-to-End Services delivered by Professional and Experienced Team

Business

Consulting

Solution

Consulting

Managed

Services

Maintenance

& Support

Why Nexus

Why Nexus is the preferred SAP Business Suite

consult and solution partner?

.....

Domain Expertise Customer Centricity

....

Customer first is our mantra and bring best practices

....

Strong PMO to ensure quality, ensuring stakeholder commitment, managing risks

....

Highly experienced & right-sized team across SAP ERP and surrounding Applications

....

Nexus has a thoughtfully aligned approach based on Customer digital vision and strategic requirements

Our Customer

Trusted by Countless Leading Companies

Blogs

SAP メンテナンス&サポートサービスに関する資料

ERP AW 6 Migration to SAP Cloud ERP 2

ถึงเวลา SAP ERP Migration to SAP Cloud ERP ภายในปี 2026 กับเน็กซัสฯ เลือกอ่านหัวที่สนใจ จากประกาศอย่างเป็นทางการของ SAP (อ้างอิง) ในปี 2027 จะมีการยุติการสนับสนุนหลักของระบบ SAP ECC 6.0 (EhP 0-5) ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจที่ยังคงมีการใช้งาน SAP ECC ซึง่ในปี 2026 ต้องเริ่มวางแผนการย้ายหรืออัปเกรด ระบบ SAP ECC สู่ SAP Cloud ERP (SAP S/4HANA Cloud) เพื่อไม่ให้ระบบหลักเกิดการหยุดชะงักจากการดูแลจาก SAP ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงในด้านธุรกิจ และปลดล็อกศักยภาพด้วยเทคโนโลยี AI – Automation – Analytics ที่เป็นนวัตกรรมสำหรับอนาคต การทำ Migration to SAP Cloud ERP คืออะไร Migration to SAP Cloud ERP คือกระบวนการ ย้ายระบบ ERP เดิมขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น SAP R/3, SAP ECC หรือแม้แต่ SAP S/4HANA On-Premise ขึ้นสู่ระบบ SAP Cloud ERP รุ่นใหม่ SAP S/4HANA Cloud🔶 Public Cloud🔶 Private Cloud SAP Business Suite ซึ่งไม่ใช่แค่การอัปเกรดซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่คือ “กระบวนการเชิงกลยุทธ์ในการย้าย” ข้อมูล (Data), กระบวนการทางธุรกิจ (Processes), และแอปพลิเคชัน (Applications) ทั้งหมดขององค์กร จากระบบ ERP เดิม (เช่น SAP ECC, R/3 หรือ S/4HANA On-Premise) ไปสู่แพลตฟอร์ม Cloud ERP ที่ทันสมัย และมีนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่าง AI รวมด้วยกันเพื่อยกระดับองค์กรธุรกิจสู่การเป็น Enterprise Intelligent รวมถึงยังเป็นโอกาศที่ดีขององค์กรที่จะได้ “ทบทวน” และ “ออกแบบกระบวนการทางธุรกิจใหม่” เพื่อกำจัดความซับซ้อนที่สะสมมานาน, ทิ้ง Customization ที่ไม่จำเป็น และหันมาใช้เทคโนโลยีที่ผนวกอยู่ใน SAP Cloud ERP โดยสามารถสรุปได้ว่าการทำ Migration มีเป้าหมายเพื่อ ลดภาระการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน IT ใช้ประโยชน์จาก SAP Business AI, Automation และ Real-time Analytics รวมถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมอื่นๆ ที่ผนวกอยู่ใน SAP Cloud ERP ปรับระบบธุรกิจให้ทันสมัยตาม SAP Best Practice ลด Technical Debt จาก Custom Code เดิมๆ เตรียมองค์กรให้พร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว ทำไมผู้ใช้ SAP ECC 6 และ SAP S/4HANA ถึงต้อง Migration to SAP Cloud ERP สำหรับองค์กรที่กำลังใช้งาน SAP ECC 6 คือกลุ่มที่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพราะ… 🔷 ทาง SAP ประกาศชัดเจนว่าจะ “สิ้นสุดการสนับสนุนหลัก” ในปี 2027 ตามข้างต้น ซึ่งหมายความว่าระบบ SAP ECC 6 จะไม่ได้รับนวัตกรรมใหม่, การอัปเดต หรือช่วยเหลือหากเกิดปัญหาในระบบ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมหาศาลต่อธุรกิจ 🔷 ระบบ SAP ECC

Learn More →
ERP AW 4 SAP Build Apps OK copy

SAP Build Apps คืออะไร?ทำไมปี 2026 ทุกองค์กรต้องเริ่มใช้ Low-Code เลือกอ่านหัวที่สนใจ ในปี 2026 ทำไมองค์กรธุรกิจควรเริ่มสนใจ SAP Build Apps ในยุคที่ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทุกองค์กรต่างรู้ดีว่า “ความเร็ว” ไม่ใช่แค่เรื่องได้เปรียบ แต่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอด งานที่เมื่อก่อนใช้เวลาหลายสัปดาห์ ตอนนี้ต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว หรือบางครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง ลูกค้ามีความคาดหวังสูงขึ้น ทีมงานต้องทำงานได้คล่องตัวขึ้น และระบบไอทีเองก็ต้องรองรับทั้งความต้องการใหม่และการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาของหลายองค์กรคือ คิวงานไอทีล้น, ต้องรอทีมพัฒนาหลายเดือนกว่าจะได้ฟีเจอร์ใหม่, ระบบ ERP ก็ปรับแต่งมากไม่ได้ เพราะอัปเกรดลำบาก นี่คือเหตุผลที่ SAP ผลักดันแพลตฟอร์ม Build Apps อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในปี 2026 เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างแอปได้เร็วขึ้นหลายเท่า โดยไม่กระทบระบบหลัก และไม่ต้องใช้ทีมพัฒนาใหญ่โตเหมือนเดิม SAP Build Apps คืออะไร คือแพลตฟอร์มสร้างโปรแกรม รูปแบบ Visual Programming, No-Code and Low Environment ที่ช่วยให้ทั้ง Citizen Developer และ Professional Developer ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น จุดแข็งคือเชื่อมต่อระบบ SAP ได้โดยตรงผ่าน API มาตรฐาน ลดภาระของไอที และช่วยให้ฝ่ายธุรกิจสามารถนำไอเดียไปทำเป็นแอปต้นแบบและผลิตจริงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่กระทบระบบหลัก ซึ่งทำงานอยู่บน SAP Business Technology Platform ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานพัฒนาระดับองค์กรทั้งด้านความเสถียร ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อกับระบบ SAP และสามารถทำงานร่วมกับ Workflow, Automation, AI ได้โดย… 🔷 ไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ 🔷 ใช้การลาก-วาง 🔷 สร้างได้ทั้งเว็บ และมือถือ 🔷 เชื่อมข้อมูล SAP และ None-SAP ได้ในไม่กี่คลิก รวมฟีเจอร์ Build Apps ที่ควรรู้จัก ฟีเจอร์ของ Build Apps จะตอบโจทย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ SAP แบบอัตโนมัติ การออกแบบ UI แบบง่าย การเขียน Logic แบบ Visual รวมไปถึงการ Deploy แอปลง Mobile หรือ Web Visual App Builder — ออกแบบ UI แบบลาก-วาง หนึ่งในสิ่งที่ได้รับความนิยมมากคือVisual Editor ที่ช่วยให้สร้างแอปได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด UI พร้อมยังสามารถปรับแต่งสี ตัวอักษร เลย์เอาท์ได้ตาม Branding ขององค์กรได้เลย โดยสามารถใช้ Component ต่าง ๆ เช่น 🔷 ฟอร์มกรอกข้อมูล 🔷 ตารางข้อมูล 🔷 ปุ่มกด 🔷 Searching / Filtering 🔷 List view รองรับ Desktop + Mobile อำนวยความสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องสร้าง 2 แอปแยก เพราะ SAP Build Apps สร้าง UI แบบ Responsive ซึ่ง 🔷 ใช้ในคอมก็ได้ 🔷 ใช้บนมือถือก็ได้ 🔷 หรืออยาก Build เป็น Mobile App ก็ทำได้เช่นกัน เชื่อมต่อข้อมูล SAP แบบง่ายและปลอดภัย สามารถดึงข้อมูลจาก SAP และ third-party ได้ผ่าน SAP BTP, Integration Suite และ REST APIs แบบ wizard/drag-and-drop ได้อย่างง่ายทำให้ลดเวลาการพัฒนาอย่างมาก แนวคิดแบบ

Learn More →
SAP Build Process Automation

SAP Build Process Automation : ยกระดับกระบวนการธุรกิจด้วย Workflow AI และ RPA เลือกอ่านหัวที่สนใจ โลกธุรกิจยุคใหม่กับโจทย์ของ “Process Automation” “องค์กรที่เร็วกว่า ไม่จำเป็นต้องใหญ่กว่า – แต่ต้องฉลาดกว่า” ธุรกิจทั่วโลกต่างพูดถึง “Digital Transformation” แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ – แต่เป็นการ “จัดระเบียบกระบวนการภายใน” ให้เร็ว และยืดหยุ่นกว่าเดิม ซึ่งองค์กรจำนวนมากยังเสียเวลา และทรัพยากรกับ “งานที่ควรถูกเปลี่ยนไปเป็นระบบอัตโนมัติ” อาทิ การกรอกข้อมูล, การอนุมัติเอกสาร, หรือการส่งต่อข้อมูลระหว่างระบบ โดยงานลักษณะนี้ไม่เพียงทำให้ทีมขาดประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และลดความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็วในธุรกิจที่ต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์ หนึ่งในโซลูชันที่ช่วยตอบโจทย์นี้คือ SAP Build Process Automation (SBPA) บนแพลตฟอร์ม SAP BTP จาก RPA สู่ Hyper automation + AI RPA แบบเดิมช่วยลดงานซ้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดคือ “ทำได้เฉพาะงานเชิง UI” เช่น คลิก คัดลอก และวาง เมื่อระบบเปลี่ยนหน้าจอหรืออัปเดตฟอร์ม ตัวบอทนั้นมักต้องปรับใหม่ทั้งหมด ดังนั้นองค์กรสมัยใหม่จึงต้องการมากกว่า RPA คือต้องการระบบที่รวม Automation Workflow + AI + Business Rules + Integration เพื่อสร้างการทำงานอัตโนมัติอย่างแท้จริง SAP จึงพัฒนา SAP Build Process Automation (SBPA) เพื่อเชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันภายใต้แพลตฟอร์มเดียว SAP Build Process Automation (SAP SBPA) คืออะไร คือ แพลตฟอร์มที่ให้คุณสร้างและบริหารกระบวนการธุรกิจอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดมาก (Low-code / No-code) บน SAP Business Technology Platform (SAP BTP) โดยระบบนี้ผสานเครื่องมือหลายอย่างเข้าด้วยกันตั้งแต่ Workflow, RPA, Business Rules, Document AI ไปจนถึง Generative AI เพื่อสร้างกระบวนการที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และขยายได้ พร้อมทั้งยังให้องค์กรสามารถออกแบบเวิร์กโฟลว์ได้ด้วยการลากวาง สร้างบอทให้ทำงานแทนคน และเชื่อมระบบ SAP กับ Non-SAP ได้อย่างไร้รอยต่อ บนมาตรฐาน SAP BTP ที่รองรับการขยายแบบ Clean Core หรือที่ไม่แตะต้องระบบ ERP ประโยชน์หลักของ SAP SBPA ได้แก่: 🔷 ลดเวลาและต้นทุนของกระบวนการ 🔷 เพิ่มความแม่นยำ ลด Human Error 🔷 ปรับเปลี่ยนกติกาธุรกิจได้รวดเร็ว 🔷 รวมข้อมูลจากหลายระบบเข้าสู่ศูนย์กลางเดียว องค์ประกอบของ SAP Build Process Automation (SAP SBPA) SAP Build Process Automation ประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว 1. Workflow & Forms – เครื่องมือสำหรับสร้างเวิร์กโฟลว์แบบ Drag-and-drop (ลาก และวาง) โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่งรองรับทั้งงานที่ต้องการการอนุมัติจากคน และงานที่ระบบทำงานอัตโนมัติ เช่น การอนุมัติใบสั่งซื้อ (Purchase Order) หลายระดับภายในองค์กร ที่ผู้บริหารสามารถอนุมัติได้ผ่านอีเมลหรือมือถือ 2. Business Rules – ช่วยแยก “เงื่อนไขทางธุรกิจ” ออกจาก Workflow เพื่อให้ปรับเปลี่ยนได้ง่าย โดยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้งานสามารถอัปเดตได้เอง โดยไม่ต้องปรับโปรแกรมใหม่ และลดภาระของทีม IT เช่น 🔷 นโยบายการอนุมัติวงเงิน 🔷 เงื่อนไขการเลือกซัพพลายเออร์

Learn More →
SAP Joule AI

NEXUS ติดตั้ง SAP Joule AI สำเร็จ! ยกระดับ ERP ด้วย Generative AI ให้ธุรกิจชั้นนำของไทย เลือกอ่านหัวที่สนใจ เน็กซัสฯ ประสบความสำเร็จติดตั้ง SAP Joule AI – Generative AI จาก SAP ให้กับธุรกิจผู้ผลิตชั้นนำอย่าง TPBI Group ผู้นำด้านการผลิตและส่งออก บรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในประเทศไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร และ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) (Crown Seal PCL) ผู้ผลิตและจำหน่าย ฝาจีบ ฝาเกลียวกันปลอม ฝาแม็กซี่ ฝาพลาสติก และฝาคอมโพสิต สำหรับปิดผนึกขวดบรรจุเครื่องดื่มหลากหลายประเภท โดยติดตั้ง Joule AI ผ่านการดิจิทัลทรานส์ฟอเมชั่น และเริ่มต้นใช้งานอย่างเป็นทางการ SAP Joule AI คืออะไร? SAP Joule AI คือ AI Copilot ที่ฝังตัวอยู่บน SAP Cloud Applications รวมถึง SAP Business Suite (เดิม RISE with SAP)    ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่ถูกออกแบบให้ “เข้าใจบริบทของธุรกิจ” (Business Context) มากกว่า AI ทั่วไปในตลาด อย่าง ChatGPT หรือ Gemini เป็นต้น  เพราะทำงานบนข้อมูลที่เชื่อมโยงจากระบบ SAP โดยตรง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ และดำเนินงานตามคำสั่งของผู้ใช้ได้ทันที โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทำให้บทบาทของ ERP ต้องก้าวข้ามจาก “ระบบจัดการ” ไปสู่ “ระบบที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น” องค์กรที่ใช้ SAP กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี SAP Joule AI ต่างจาก AI ทั่วไป (อย่าง ChatGPT หรือ Gemini) อย่างไร? แม้ว่า AI อย่าง ChatGPT (โดย OpenAI) หรือ Gemini (โดย Google) จะได้รับความนิยมในแง่ของการสนทนา การเขียนคอนเทนต์ และการตอบคำถามทั่วไป แต่เมื่อพูดถึง AI ที่ต้องเข้าใจ “บริบทของธุรกิจ (Business Context)” อย่างลึกซึ้ง — SAP Joule AI คือคำตอบที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ด้วยจุดเด่นเฉพาะ 🔷 AI Copilot ฝังตัวใน SAP Cloud Applications, SAP Business Suite รวมถึง SAP Cloud ERP 🔷 ความเข้าใจบริบทธุรกิจเฉพาะของคุณ เชื่อมต่อโดยตรงกับข้อมูล SAP, เข้าใจสถานการณ์ธุรกิจจริง 🔷 ทำงานภายในระบบ ERP, ข้อมูลไม่หลุดสู่ภายนอก ความปลอดภัยของข้อมูลสูง 🔷 วิเคราะห์, สรุปผล, แนะนำการตัดสินใจบนข้อมูลธุรกิจจริง 🔷 การอัปเดตข้อมูลเรียลไทม์ เชื่อมกับฐานข้อมูล ERP ที่กำลังใช้งาน เน็กซัสฯ พาร์ทเนอร์ระดับ SAP Gold Partner ที่ธุรกิจชั้นนำวางใจ บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด เป็น SAP Gold Partner ในประเทศไทย ที่มุ่งมั่นส่งมอบโซลูชัน Intelligent ERP ตลอดถึงซัพพลายเชนแบบครบวงจร เราให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ดำเนินการวางระบบ ไปจนถึงการสนับสนุน ซัพพอร์ต หลังใช้งาน ครอบคลุมโซลูชันทั้ง SAP Business Suite, SAP Cloud

Learn More →
ERP project Cover Blog Crown Seal PCL Go Live

NEXUS ยกระดับมาตรฐานวางระบบ SAP Business Suite ด้วย ISO/IEC 29110 ที่องค์กรมั่นใจได้ เลือกอ่านหัวที่สนใจ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) หรือ Crown Seal PCL ผู้นำในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ผู้ผลิตและจำหน่าย ฝาจีบ ฝาเกลียวกันปลอม ฝาแม็กซี่ ฝาพลาสติก และฝาคอมโพสิต สำหรับปิดผนึกขวดบรรจุเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ประกาศความสำเร็จในการ Go-Live ระบบ RISE with SAP S/4HANA Cloud อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์กรในการขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด (NEXUS) ในฐานะ SAP Gold Partner ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและวางระบบ SAP ซึ่งได้ดำเนินการอัปเกรดระบบและบริหารจัดการโครงการสำคัญครั้งนี้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โครงการครั้งนี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ฝาจีบฯ ในการก้าวสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านการพัฒนากระบวนการทำงาน การบริหารจัดการข้อมูล และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวขององค์กร RISE with SAP ระบบใหม่ที่พลิกโฉมกระบวนการธุรกิจ โซลูชัน RISE with SAP S/4HANA Cloud ที่บริษัท ฝาจีบฯ เลือกใช้นั้น ได้รับการออกแบบและอัปเกรดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก เน็กซัสฯ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต การจัดการสินค้าคงคลัง ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและการวิเคราะห์ข้อมูล การอัปเกรดในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนระบบ แต่คือการติดอาวุธทางธุรกิจให้กับองค์กรด้วยโซลูชันที่ทันสมัยที่สุด — ที่สามารถทำงานแบบ Real-time, ข้ามแผนก และพร้อมเชื่อมโยงทุกระบบได้อย่างไร้รอยต่อ จุดเปลี่ยนขององค์กร สู่องค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise) ความสำเร็จในการ Go-Live ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ฝาจีบฯ ในการยกระดับโครงสร้างธุรกิจสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Enterprise) พร้อมด้วยความสามารถในการดำเนินงานแบบเรียบไทม์ และความยืดหยุ่นที่รองรับการเติบโตในอนาคต RISE with SAP S/4HANA Cloud ถูกเลือกเป็นหัวใจหลักของ Digital Core ใหม่ ซึ่งออกแบบและดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ เน็กซัสฯ ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการหลักขององค์กร โซลูชันใหม่นี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขัน ลดความซับซ้อน และสร้างความเชื่อมโยงไร้รอยต่อระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรธุรกิจ พลังความร่วมมือ ความสำเร็จที่เกิดจาก “คนในองค์กร” การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือความสำเร็จที่สะท้อนถึง ความทุ่มเทของพนักงานทุกคน ที่เปิดใจ เรียนรู้ และร่วมมือกันในทุกขั้นตอนของโครงการ ทั้งการอบรม การทดสอบระบบ และการปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับระบบใหม่ ความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตไปด้วยกันในฐานะ “ทีมเดียวกัน” “สิ่งที่ทำให้เรามาถึงวันที่ประกาศ Go-Live ได้ คือพลังความร่วมมือของทุกฝ่าย ทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน เราสามารถก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นคง วันนี้ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นใช้ระบบใหม่ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่จะยกระดับความพร้อมของบริษัท ฝาจีบฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แข็งแรงขึ้น และพร้อมรับความท้าทายของการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตอย่างเต็มที่” — คุณโอภาศ ธันวารชร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) กล่าว… “การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัท ฝาจีบฯ คือ การย้ายระบบขึ้นสู่ Cloud ครั้งนี้คือก้าวสำคัญของบริษัท ฝาจีบฯ ในการยกระดับสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หลังจาก Go-Live บริษัทจะเดินหน้าปรับปรุงกระบวนการทำงานและการผลิตให้ดิจิทัลและเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสิทธิภาพที่ไร้รอยต่อ เรามั่นใจว่าการก้าวสู่ Cloud จะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ขององค์กร และผลักดันให้เป้าหมายสำคัญที่เราวางไว้ขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จได้จริง” — คุณจิรพร หนูทอง รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) กล่าว… เน็กซัสฯ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการครั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากความเชี่ยวชาญ และความทุ่มเทของทีม บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด (NEXUS) — ผู้ให้บริการวางระบบ SAP Solutions ระดับ Gold Partner ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 27 ปี และดำเนินโครงการ โดยเน้นการส่งมอบโซลูชันที่มีคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง “ขอบคุณทางบริษัท

Learn More →
ERP Index Blog 2

ILM ยึดกลยุทธ์ Digital-Driven Future ใช้ SAP Cloud + AI สู้ศึกสมรภูมิค้าปลีกเฟอร์ฯ เลือกอ่านหัวที่สนใจ   Index Living Mall กับ SAP Cloud + Ai ในยุคที่การแข่งขันบนสนามธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนจากการสู้กันด้วยราคาและทำเล  สู่สมรภูมิแห่งดิจิทัล, ข้อมูล และเทรนด์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์  ของใช้ภายในบ้าน และของแต่งบ้านครบวงจร ที่ครองอันดับ 1 ด้านสินค้าไลฟ์สไตล์เรื่องบ้านมาอย่างยาวนาน ได้ประสบความสำเร็จสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจยุคใหม่ด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ Digital-Driven Future ผ่านการใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud for Retail ด้วยการสนับสนุนของ 4 ผู้นำด้านเทคชั้นนำอย่าง SAP, NEXUS, SNP Group และ AWS เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ และขับเคลื่อนด้วย SAP Cloud,  AI และ Data Intelligence ที่เชื่อมโยงทุกมิติของธุรกิจ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) มุ่งมั่นเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกบริการ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยมี RISE with SAP เป็นเทคโนโลยีรากฐานที่มั่นคง และ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน AI: พลังแห่งอนาคตของ Index Living Mall ในงานสัมมนา Winning Transformation ที่ผ่านมา ในช่วงหนึ่ง คุณเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารโครงการ The Walk , LITTLE WALK ได้แชร์ถึงการนำกลยุทธ์ AI ต่อผู้ร่วมงานจากบริษัทชั้นนำมากมา ตัวอย่างโครงการ AI นำร่อง เช่น 🔷AI Advisor: ระบบที่ปรึกษาอัจฉริยะ ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ 🔷Predictive Insights: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์เทรนด์การแต่งบ้าน ยอดขาย และความเสี่ยงในซัพพลายเชน 🔷Prescriptive Analytics: แนะนำแนวทางกลยุทธ์อัตโนมัติ เช่น การจัดโปรโมชั่นที่เพิ่มยอดขายได้สูงสุด 🔷Personalized Marketing: วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อเสนอสินค้าที่ตรงใจแต่ละราย 🔷AI Chatbot: เสริมประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการอัตโนมัติที่ตอบสนองได้รวดเร็ว ข้อที่ 2: ประเมิน Landscape ระบบเดิมและเลือกวิธี Migration ที่เหมาะสม การประเมินระบบเดิมคืออีกขั้นตอนที่สำคัญก่อนการ Migration ต้องรู้ให้ชัด: 🔷 SAP เดิมขององค์กรใช้ Version ไหน? ECC, R/3 หรือ SAP S/4HANA 🔷 ใช้ Database อะไรอยู่? DB2, Oracle, MSSQL หรือ SAP HANA? 🔷 มี Customization มากน้อยแค่ไหน? 🔷 มีการใช้งาน Integration กับระบบภายนอก เช่น POS, WMS, หรือ 3rd-party API หรือไม่? และในอีก 3–5 ปีข้างหน้า ILM ตั้งเป้าที่จะเป็นธุรกิจค้าปลีกต้นแบบที่เชื่อมโยงทุกมิติของการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “Ecosystem of Living Solution” — ที่ไม่เพียงเป็นร้านค้าที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มแห่งการใช้ชีวิตภายในบ้าน ตั้งแต่สินค้า บริการครบวงจร  ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์ไลต์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครบครันและสมบูรณ์แบบ

Learn More →

Contact us

SAP メンテナンス&サポートチームと始めましょう