SAP Business One ซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อธุรกิจ SMEs
เลือกอ่านหัวที่สนใจ
เมื่อธุรกิจก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน องค์กรที่สามารถนำข้อมูลมาเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีโอกาสเพิ่มความคล่องตัวและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ที่มีกระบวนการเกี่ยวข้องกันตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การวางแผนการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหารคลังสินค้า การผลิต ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนและงานบัญชี
หากข้อมูลในแต่ละฝ่ายแยกออกจากกัน การวางแผนและตัดสินใจอาจทำได้ยากขึ้น
หนึ่งในเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเชื่อมกระบวนการเหล่านี้คือ ERP (Enterprise Resource Planning) หรือระบบบริหารทรัพยากรองค์กร ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลและกระบวนการสำคัญของธุรกิจให้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แต่ละธุรกิจมีรูปแบบการผลิตและวิธีดำเนินงานแตกต่างกัน ก่อนเลือกระบบ ERP จึงควรพิจารณาว่า Function ของระบบสามารถรองรับ Business Process และ Requirement ขององค์กรได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้การลงทุนใน ERP สามารถสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจได้จริง
ทำไมอุตสาหกรรมการผลิต ต้องใช้ ERP?
ธุรกิจ Manufacturing มีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อสินค้าเข้ามาแล้วจำหน่ายออกไป เพราะต้องบริหารตั้งแต่ วัตถุดิบ สูตรการผลิต แผนการผลิต กำลังการผลิต สินค้าระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป คลังสินค้า ไปจนถึงต้นทุนการผลิต
หากองค์กรยังคำนวณหรือวางแผนหลายกระบวนการแบบ Manual รวมถึงใช้ Excel หรือระบบที่แยกออกจากกัน อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
🔷 สั่งวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต
🔷 มีวัตถุดิบหรือสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น
🔷 เงินทุนจมอยู่กับ Inventory
🔷 ข้อมูลระหว่างฝ่ายขาย คลัง จัดซื้อ และฝ่ายผลิตไม่ตรงกัน
🔷 ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง
🔷 คำนวณต้นทุนการผลิตได้ยากหรือไม่ทันต่อสถานการณ์
🔷 ผู้บริหารได้รับข้อมูลล่าช้าสำหรับการตัดสินใจ
SAP Business One คืออะไร?
SAP Business One หรือ SAP B1 คือระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง SMEs ที่ช่วยเชื่อมโยงกระบวนการทำงานหลักขององค์กรไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นงานขาย จัดซื้อ สินค้าคงคลัง บัญชี การเงิน การผลิต และรายงานผู้บริหาร ทำให้แต่ละแผนกใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้แบบ real-time ระบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่กำลังเติบโตและเริ่มพบข้อจำกัดจากการใช้ Excel เอกสาร หรือโปรแกรมหลายระบบแยกกัน เช่น ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างแผนก ตรวจสอบต้นทุนยาก ปิดบัญชีล่าช้า หรือผู้บริหารไม่มี Dashboard สำหรับดูภาพรวมธุรกิจได้ทันเวลา จุดสำคัญของ ERP ไม่ได้อยู่ที่การนำโปรแกรมใหม่เข้ามาแทนโปรแกรมเดิมเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง Single Source of Truth หรือแหล่งข้อมูลกลางที่แต่ละหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการทำงาน (อ่านรายละเอียด คลิก)
ระบบกระบวนผลิต ใน ERP การผลิต ของ SAP Business One ทำอะไรได้บ้าง?
ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยบันทึกและติดตามข้อมูลในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดสูตรการผลิต การวางแผนวัตถุดิบ การเปิดใบสั่งผลิต การผลิตจริง ไปจนถึงการรับสินค้าสำเร็จรูปเข้าคลัง
SAP Business One การผลิต ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ข้อมูลของกระบวนการเหล่านี้เชื่อมโยงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น บัญชี ฝ่ายขาย จัดซื้อ วางแผน และคลังสินค้า ภายใต้ระบบ ERP เดียวกัน ช่วยลดการทำงานซ้ำ ลดการส่งต่อข้อมูลระหว่างหลายระบบ และทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลการผลิตได้ง่ายขึ้น
ฟังก์ชันสำคัญประกอบด้วย
การกำหนดสูตรการผลิต
สามารถบริหารจัดการ BOM (Bill of Materials) หรือสูตรการผลิตสำหรับสินค้าสำเร็จรูป เพื่อกำหนดว่าการผลิตสินค้าแต่ละชนิดต้องใช้ส่วนประกอบและวัตถุดิบอะไร จำนวนเท่าใด รวมถึง Resources ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
BOM ถือเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนการผลิต เพราะช่วยให้องค์กรเห็นโครงสร้างของสินค้าและทรัพยากรที่ต้องใช้ก่อนเริ่มกระบวนการผลิต ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ประกอบการคำนวณและวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
วางแผนการผลิต
ธุรกิจสามารถวางแผนการผลิตผ่านระบบโดยใช้ Production Order หรือใบสั่งผลิต เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมกระบวนการ
ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสิ่งที่ต้องใช้สำหรับการผลิต รวมถึงติดตามสถานะของ Production Order เพื่อช่วยให้ฝ่ายวางแผนและฝ่ายผลิตมองเห็นงานที่กำลังดำเนินการอยู่ได้ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการยังสามารถนำไปใช้จัดทำรายงานเพื่อช่วยติดตามและวิเคราะห์การผลิตได้
การวางแผนวัตถุดิบที่จะต้องใช้ในกระบวนการผลิต
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของโรงงานคือ “ต้องมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับผลิต แต่ไม่ควรมีมากจนกลายเป็นต้นทุนจม”
ระบบ ERP สามารถช่วยวางแผน Material Requirement โดยนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา เช่น
🔷 ความต้องการสินค้าของลูกค้า
🔷 Forecast
🔷 จำนวนสินค้าคงเหลือ
🔷 วัตถุดิบที่มีอยู่
🔷 รายการจัดซื้อที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
🔷 Lead Time ในการจัดซื้อ
🔷 ระดับ Minimum / Maximum Stock
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายวางแผนและจัดซื้อสามารถเตรียมวัตถุดิบให้สัมพันธ์กับแผนการผลิตมากขึ้น และลดความเสี่ยงทั้งจากวัตถุดิบขาดและวัตถุดิบล้น Stock
กำหนดการสั่งผลิตสินค้า
ระบบสามารถรองรับแนวทางการผลิตในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
Make to Order
ผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อหรือ Demand จากลูกค้า
Make to Stock
ผลิตสินค้าเพื่อจัดเก็บไว้ใน Stock ให้มีปริมาณเหมาะสมกับแผนการขายหรือ Demand ที่คาดการณ์ไว้
การมีข้อมูล Sales, Inventory และ Production อยู่ในระบบที่เชื่อมโยงกันช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการได้มากขึ้น
สถานะการผลิตสินค้า
ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะของใบสั่งผลิตหรือ Production Order เพื่อดูว่ากระบวนการผลิตอยู่ในขั้นตอนใด
ช่วยให้ฝ่ายวางแผน ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย และฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานะของสินค้าได้จากข้อมูลระบบ ลดการสอบถามหรือประสานงานด้วยข้อมูลจากหลายไฟล์
การบริหารจัดการคลังสินค้า
SAP Business One สามารถช่วยบริหารข้อมูลสินค้าคงคลังและต้นทุนสินค้า โดยรองรับวิธีการคำนวณต้นทุน เช่น
🔷 FIFO (First In, First Out)
🔷 Moving Average
🔷 Standard Cost
พร้อมรองรับการจัดการหน่วยสินค้า UOM (Unit of Measure) และข้อมูลสินค้าคงคลังที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อข้อมูล Inventory เชื่อมโยงกับการซื้อ การขาย และการผลิต ธุรกิจจะสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของสินค้าและวัตถุดิบได้เป็นระบบมากขึ้น
การบริหารจัดการตำแหน่งที่ตั้งสินค้า
สำหรับธุรกิจที่มี Warehouse หลายแห่งหรือคลังสินค้าที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายตำแหน่ง สามารถบริหารจัดการตำแหน่งสินค้าในรูปแบบ Bin Location ซึ่งช่วยกำหนดว่าของแต่ละรายการจัดเก็บอยู่ที่ตำแหน่งใด เพิ่มความสะดวกในการค้นหาและเคลื่อนย้ายสินค้า รวมถึงช่วยตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือภายในคลังได้ง่ายขึ้น
การนำเสนอรายงานด้านการผลิต
ข้อมูลจากกระบวนการผลิตสามารถนำมาจัดทำเป็น Report เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามสถานะและวิเคราะห์การดำเนินงานได้
แทนที่จะต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่ายแล้วนำมารวมใน Excel ทุกครั้ง ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลจากระบบ ERP เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทำไมควรเริ่มต้น SAP Business One กับ NEXUS?
การเลือก SAP Business One ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าระบบมีฟังก์ชันอะไร แต่ต้องพิจารณาว่า ERP สามารถรองรับกระบวนการจริงของธุรกิจ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และต่อยอดตามการเติบโตขององค์กรได้หรือไม่
NEXUS ในฐานะ SAP Business One PREMIER PARTNER ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ SAP Business One พร้อม ช่วยองค์กรวิเคราะห์ปัญหาของระบบเดิม เพื่อออกแบบแนวทางระบบ ERP ที่เหมาะกับธุรกิจ และวางแผนการใช้งานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต โดยครอบคลุม
🔷 การวิเคราะห์กระบวนการธุรกิจ (Business Process Assessment)
🔷 การออกแบบโซลูชัน SAP Business One ที่เหมาะสมกับธุรกิจ
🔷 การติดตั้ง และปรับแต่ง SAP Business One ให้เหมาะต่อการใช้งานของธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ
🔷 การดูแลและพัฒนาระบบในระยะยาว รวมถึงให้บริการการสนับสนุนหลัง Go-live เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ
ตัวอย่างลูกค้าที่ NEXUS ให้บริการการวางระบบ SAP B1
โดย เน็กซัสฯ ได้รับความไว้วางใจในการวางระบบ ERP – SAP B1 และดูแลซัพพอร์ตให้กับลูกค้ามาแล้วมากมายในหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ไวด์ เฟธ ฟู้ด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว, อีด้า-เซเว่น ซันส์ ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่น, ซี.บี. แท็ค (ประเทศไทย) ผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
คือระบบบริหารจัดการธุรกิจที่ช่วยเชื่อมข้อมูลจากกระบวนการผลิตกับส่วนงานอื่นขององค์กร เช่น ฝ่ายขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชี ช่วยให้ข้อมูลตั้งแต่ Demand วัตถุดิบ การผลิต สินค้าสำเร็จรูป ไปจนถึงต้นทุนสามารถทำงานสัมพันธ์กันภายในระบบเดียว
ไม่ใช่ทุกธุรกิจ SME จำเป็นต้องใช้ ERP ตั้งแต่เริ่มต้น แต่เมื่อธุรกิจมีจำนวนสินค้า วัตถุดิบ Order หรือขั้นตอนการผลิตเพิ่มขึ้น และเริ่มต้องใช้ Excel หรือหลายระบบในการเชื่อมข้อมูล ERP สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนและทำให้การควบคุมกระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ERP ช่วยนำข้อมูลจาก Demand, Sales Order, Inventory, BOM และ Material Requirement มาใช้ประกอบการวางแผนการผลิต ทำให้ฝ่ายวางแผนสามารถตรวจสอบสิ่งที่ต้องผลิต วัตถุดิบที่ต้องใช้ และสถานะของ Production Order ได้จากข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน
ERP สามารถช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ด้วยการนำข้อมูล Inventory, Demand, Forecast, Purchase Order และ Material Requirement มาประกอบการวางแผน ทำให้ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายผลิตสามารถเตรียมวัตถุดิบได้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการวางแผนยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลและการกำหนด Parameter ภายในระบบด้วย
ERP สามารถช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ด้วยการนำข้อมูล Inventory, Demand, Forecast, Purchase Order และ Material Requirement มาประกอบการวางแผน ทำให้ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายผลิตสามารถเตรียมวัตถุดิบได้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการวางแผนยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลและการกำหนด Parameter ภายในระบบด้วย
ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ NEXUS เพื่อวิเคราะห์ระบบ ERP ปัจจุบัน กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเป้าหมายการเติบโต พร้อมออกแบบแนวทางระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ














